ไฟกระพริบ ขลิปวิญญาณ #3
Step 4 การควบคุมไฟ LED ด้วยซอฟต์แวร์
เริ่มต้นอย่างแน่นอนนั่นคือ ไปดาวน์โหลด โปรแกรม Winamp มาซะ จากนั้นให้ install ลงเครื่อง

ดาวน์โหลดโปรแกรม User port มาเพื่อทำการติดตั้ง เพราะโดยส่วนมากการ run บน window xp
ต้องหาไดรเวอร์สำหรับพอร์ตขนานไวเพิ่มเติมเพื่อจูนให้ระบบปฏิบัติการทำงานได้อย่างสมบูรณ์
เพราะ xp จะนึกว่าโดยส่วนมากคนต้องใช้แต่ USB port มั๊ง เลยทำให้เราต้องหามาลงเพิ่ม
เมื่อดาวน์โหลดโปรแกรมได้มาแล้วให้ดับเบิลคลิก ที่ไอคอนของ userport
แล้วจะมีหน้าต่างไดอะล็อกบ๊อกซ์ โผล่ขึ้นมาในช่องทางซ้ายมือ จะเป็นที่ให้กรอกค่า Initial port
จากนั้นให้เรา พิมพ์ค่า “0×738-0×738″ จากนั้นให้กด Add แล้วกด start อีกหนึ่งที
ตามด้วยปุ่ม update ซึ่งถ้าสำเร็จมันจะบอกว่า เปิดการใช้งานพอร์ตนี้ได้สำเร็จ

หาDownload Plugin ที่ชื่อ vis_leds.dll มา
ซึ่งมีขั้นตอนการอิมพอร์ต ปลั๊กอิน
โปรแกรมที่เอาไว้ Drive LEDs ตามสเปคตรัม ที่ชื่อว่า
vis_leds.dll ให้เราเอาไปไว้ในโฟลเดอร์ปลั๊กอิน

ให้ก๊อบปี้แล้วไปวางใน c:/Program file/winamp/plugin
จากนั้นให้รันโปรแกรม winamp ขึ้นมา

จากนั้นให้เปิดโปรแกรม winamp ขึ้นมา คลิกขวาบันหน้าปัด
winamp ไปที่ preference
แล้วเลือกคำสั่ง visualization=>select plug-in
ภายใน Dialogue Box ให้ Double click
ที่ปลั๊กอิน ชื่อ LEDs flashing machine จากนั้นให้กดปุ่ม
start เพื่อปรับค่าไฟ

Step 5 การ test ระบบ
ต่อแผงหลอด Leds เข้ากับบอร์ด ต่อ power supply แล้วนำหลอดไฟไปวางจุดที่คิดว่าจะประดับตกแต่ง

เปิดโปรแกรม Winamp เลือก playlist ที่ชอบ แล้วเลือกเพลง
ตามแนวทางของเรา แนะนำหาจังหวะตื๊ดๆ จะดีมาก

สามารถปรับแต่งค่า Visualizer ได้จากเมนู
ซึ่งสามารถ ปรับอัตราการกระพริบช้าหรือเร็วได้
อันนี้ก็ลองปรับดูละกันนะครับ สำหรับผมเห็นว่าปรับไปก็เห็นความแตกต่างนิดหน่อย
หรือมันเปลี่ยนไปแล้วแต่ผมดูไม่ออกก็เป็นได้ แห่ะๆ

Enjoy ! เตรียมตัวตาลายกับแสงสีอันน่าหฤหรรษ์ หาตำแหน่งเหมาะๆในการวาง
จัดแต่งสถานที่หน่อย แค่นี้ก็ “แหล่มเลย..^_^”

สรุป
จากการทดลองต่อบอร์ดวงจร สังเกตว่าสายที่ให้ต่อสเปคตรัมที่ออกมาจากโปรแกรมนั้น มีทั้งหมด 8 เส้น หรือ 8 ย่านของความถี่ แต่ว่าในย่านความถี่ต่ำสุด และความถี่สูงสุดนั้น (สายที่หนึ่งกับสายที่แปด) หากเราเปิดเพลงป๊อบทั่วๆไป ไฟย่านความถี่ต่ำมักจะกระพริบอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่ค่อยเห็นความแตกต่างของการกระพริบตามเพลง ในทางกลับกันช่วงความถี่สูงกลับไม่ค่อยมีแสงไฟกระพริบออกมาเลย แต่ถ้าเป็นแนวเพลงคลาสสิคที่มีเครื่องดนตรีหลายชิ้น ก็จะมีไฟกระพริบออกมาบ้าง ผมจึงตัดสินใจเลือกมาเพียง 3 ย่านความถี่มาขับหลอดแอลอีดีแทน โดยเลือกจาก เสียง ย่าน Low ซึ่งเป็นกระเดื่อง(Board สายสัญญาณเส้นที่ 2) Mid ย่านเสียงร้อง(Board สายสัญญาณเส้นที่ 3) High ย่านเสียงของ hihat (Board สายสัญญาณเส้นที่ 4)
ทั้งนี้ไม่ได้ตายตัวนะครับ ซึ่งหากใครต้องการช่องสัญญาณครบๆก็สามารถต่อได้จนครบทั้ง 8 เส้นได้เลย ซึ่งจะกระพริบได้มากน้อยขึ้นอยู่กับแนวเพลงด้วยครับ
ข้อแนะนำที่อยากจะฝากไว้เพิ่มเติมนั่นก็คือ การเลือกหลอด แอลอีดี มาใช้ในงาน ควรพิจารณาเรื่องความสว่างของหลอดซึ่งจะบอกค่าเป็นหน่วย วัตต์ ทั้งนี้ควรคำนวณถึงเรื่องของกำลังไฟในการเลือก power supply มาต่อเพื่อขับหลอดไฟให้เหมาะสมด้วย หากท่านใดความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์ไม่แข็งแรงอาจลองถามจากร้านที่ซื้อมาว่าต้องใช้ Power Supply กี่แอมป์ถึงจะขับไหว ซึ่งไม่งั้นซื้อหลอดมาเยอะแยะแต่ขับไม่ไหวต้อง หาSupply ใหม่อีก จึงควรจะคำนวนก่อนหรือสอบถามให้แน่ใจ ก่อนจะจ่ายสตังค์เสมอ
โครงงานนี้ค่อนข้างที่จะง่ายไม่ซับซ้อนนัก แล้วยังสามารถใช้งานได้ทัดเทียมกับวงจรไฟกระพริบที่มีขายทั่วไปได้ ซึ่งทั้งนี้ท่านอาจจะนำไปประยุกต์กับงานอื่นๆแทนก็แล้วแต่ความคิดใครความคิดมันหล่ะครับ อย่างไรก็ให้ระมัดระวังเรื่อง สายไฟด้วยก็ดี เพราะตามงานปาร์ตี้ อาจมีคนเดินมาเหยียบ เตะ หรือของเหลวหกใส่ power supply จะทำให้งานล่มไปซะก่อน หากใครที่ต่อสำเร็จและใช้งานได้ดี ก็ขอให้สนุกกับโครงงานนี้อย่างเต็มที่ก็แล้วกันนะฮล๊าฟฟ
No trackbacks yet.